ธัญญ่า รอตก้า

สถาบันพัฒนาบุคลิกภาพ จอห์น โรเบิร์ต พาวเวอร์ส เป็นที่รู้จักกันในวงการนับตั้งแต่ปี 2530 โดยมีภาพ คุณประณม ถาวรเวช เปรียบเสมือนเป็นไอคอนของสถาบันฯ เพราะเธอทำหน้าที่ทั้งเป็น อาจารย์บรรยายในคอร์ส เป็นวิทยากรในงานต่างๆ และที่สำคัญคือเธอบริหารสถาบันด้วยตัวเองมาตลอด เมื่อทายาทรุ่นที่สองอย่าง ธัญญ่า รอตก้า เข้ามารับ ช่วงการบริหารสถาบันฯ ต่อ เธอต้องทำงานหนักตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านเพื่อพิสูจน์ให้ได้ว่าสามารถทำได้ดีไม่แพ้ คุณแม่ 

 “ต้องยอมรับว่าภาพแม่แข็งแรงมาก ตอนนี้คนก็ยังติดภาพคุณประนม เพราะแม่ยังสอนหนังสืออยู่ ในมุมของ การสอนหรือเป็นวิทยากร ลูกค้าจะขอให้เป็นคุณประณม แต่ในเชิงบริหารจะเห็นว่าแม่จะเฟดตัวเองลงเรื่อยๆ หรือ แม้แต่การสัมภาษณ์ออกรายการ ช่วงต้นๆ เขาจะติดต่อมาเป็นแม่ เราก็ต้องพยายามจะบอกว่าให้เปลี่ยนมาเป็นเรา แทน เพื่อจะให้เห็นว่าถ้าเป็นเรื่องของการให้ข้อมุลบริษัท หรือการบริหารก็ต้องเป็นเรา การที่จะให้คนจดจำเราได้ มากขึ้น ญ่าก็เริ่มที่จะเข้ามาสอนในบางเรื่อง เพื่อให้เห็นบทบาทของเราทั้งในด้านการบริหารและการสอน” 

 ปัจจุบันอำนาจในเรื่องของการบริหารอยู่ที่ธัญญ่าเป็นส่วนใหญ่ คุณแม่จะช่วยแนะนำ หรือตัดสินใจในเรื่อง สำคัญๆบางเรื่อง โดยที่ตอนนี้เธอดูแลทั้งงานพัฒนาหลักสูตร การตลาด งานบริหาร งานธุรกรรม 

“สมัยก่อนเขาอาจจะไม่ค่อยให้เราตัดสินใจอะไรมาก เริ่มจากการให้ทำในส่วนของการตลาดเป็นหลัก ค่อยๆ ให้เราได้คิด ออกแบบ และตัดสินใจด้วยตัวเอง ถึงตอนนี้ก็ดูแลมากกว่าแค่การตลาด ในทุกเรื่องยังคงบอกให้คุณแม่ ทราบ หรือขอคำปรึกษา ว่าเราวางแผนอะไร จะทำอะไรบ้าง ญ่าอยากให้แม่ทำงานในส่วนของการบริหารน้อยลง ให้ ได้สอนเต็มที่อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลว่าในส่วนของออฟฟิศมีอะไรบ้างที่ต้องดูแล” 

ก่อนหน้านี้ธัญญ่าไม่เคยคิดว่าจะต้องเข้ามาสืบทอดธุรกิจ คุณประณม ปล่อยให้ลูกสาวได้เลือกเรียนและใช้ ชีวิตตามความฝัน โดยที่ไม่เคยบอกว่าอยากจะให้ธัญญ่ามารับช่วงต่อ เธอจึงเลือกเรียนด้านกฎหมายจนกระทั่งจบ ปริญญาโทและได้เป็นเนติบัณฑิต แต่เมื่อได้เข้ามาช่วยงานที่สถาบันฯ จึงเห็นว่าไม่มีใครจะรับช่วงต่อได้นอกจากเธอ จึงตัดสินใจเข้ามาทำงานที่นี่เต็มตัว 

“ถ้าไม่ใช่เราแล้ววันหนึ่งแม่ทำไม่ไหวแล้วใครจะทำ แม่ก็ไม่ได้พูด ไม่ได้บังคับ ก็เลยเริ่มมาคิดว่าไม่ต้องหา งานอื่นแล้ว ใช้เวลาตอนนี้เข้ามาเรียนรู้จากแม่ในภาวะที่เขายังทำได้เต็มที่ เขาสามารถถ่ายทอดให้เราได้ ไม่ใช่มา ตอนที่เขาไม่ไหวแล้ว แล้วใครจะช่วยเรา เราจะพึ่งใคร

ตอนนั้นก็หนักหนาสาหัส เพราะเราเรียนมาอย่างหนึ่งแต่ต้องมาทำงานอีกอย่าง ต้องมีคนช่วยเยอะ พยายาม คุยกับคนเยอะๆ ทั้งแม่ เพื่อนแม่ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ก็เข้ามาช่วยให้คำปรึกษา คอยสอน ต้องจะเจอกันทุก อาทิตย์ เพื่อจะสอน ชี้ให้เห็นมุมมอง วิธีคิดต่างๆในการทำธุรกิจ บอกให้รู้ว่าในโลกของธุรกิจจริงๆเขาทำยังไงกัน สิ่ง ที่เราควรจะต้องเข้าใจ หรือควรระวังมีอะไรบ้าง ก็ต้องฝึกคิด นำไปลงมือทำ คือมีการบ้านให้ต้องคิดต้องทำอยู่ ตลอดเวลา ญ่าก็เอามามาปรับใช้กับการทำงานที่เรารับผิดชอบอยู่”

การเรียนกฎหมายก็สั่งสมให้ธัญญ่าเป็นคนคิดเป็นระบบ แต่ถึงอย่างนั้นการทำธุรกิจจะรอให้ข้อมูลทุกอย่าง ครบถ้วนแล้วค่อยตัดสินว่าอะไรถูกผิดคงไม่ได้ บางอย่างเธอต้องปรับวิธีคิดและเรียนรู้การตัดสินใจในเวลาอันนั้น 

“ญ่าเคยคิดว่าลาออกจากบริษัทตัวเองก่อนแล้วไปสมัครบริษัทอื่นที่ทำงานสายการตลาด แต่มาคิดว่าใครจะ รับล่ะ เพราะวุฒิเราเป็นสายกฎหมายสู้คนที่จบมาร์เก็ตติ้งไม่ได้ ก็เลยเลือกเรียนรู้จากหน้างานเลยดีกว่า ยอมเหนื่อย กว่าคนอื่น เขาเหนื่อย 10% เราก็ต้องคิดว่าเราต้องเหนื่อย 200% ญ่ามองว่าพี่ๆ ที่เขาอยู่ในออฟฟิศมานาน เขาก็เป็น ครูที่ดีให้เราได้ ก็คุยกับเขา ถามความคิดเห็นเขา เราก็จะรู้วิธีการของกระบวนการทำงานทั้งหมด”

ตั้งแต่เริ่มทำงาน ธัญญ่าตั้งโจทย์ว่าต้องการปรับมุมมองผู้บริโภคที่มีต่อสถาบันจอห์น โรเบิร์ต พาวเวอร์ ให้ไม่รู้สึกว่าเป็นแบรนด์ของผู้ใหญ่ หรือผู้บริหารระดับสูงเท่านั้น รวมถึงทำให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงสถาบันฯ ได้มากขึ้น

เธอเริ่มจากการปรับรูปแบบหลักสูตร ก่อนหน้านี้ถึงแม้สถาบันฯ จะมีหลายหลักสูตรอยู่แล้ว แต่ไม่ได้มีการแบ่งชัดเจนว่าหลักสูตรเหล่านั้นเหมาะกับคนกลุ่มไหน สามารถเรียนได้ตั้งแต่นักศึกษามหาวิทยาลัย วัยเริ่มทำงาน และผู้บริหาร ธัญญ่าตัดสินใจขยายไลน์ให้ชัดเจนขึ้น พยายามโฟกัสที่กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่เธอมองเห็นว่ามีมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งคนรุ่นใหม่ที่เรียนจบแล้วไม่ได้เข้าทำงานในองค์กร แต่เลือกทำธุรกิจของตัวเองหรือเข้ามาดูแลธุรกิจของที่บ้าน จึงมีหลักสูตรที่ตอบโจทย์คนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ เพื่อให้เขาได้เรียนเฉพาะกลุ่มของเขา

ตั้งแต่เริ่มเปิดหลักสูตรนี้ก็เห็นได้ชัดเลยว่า เป็นหลักสูตรที่มีคนมาสมัครเยอะที่สุด เพราะว่าคนรุ่นใหม่ที่มีกิจการเป็นของตัวเองจะให้ความสำคัญกับการสร้างความน่าเชื่อถือ สามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ตัวเองมีความเป็นผู้นำที่อายุยังน้อยได้ 

“ผู้ใหญ่ที่เป็นผู้บริหารระดับสูง เขาอยากอยู่กับกลุ่มคนในช่วงวัยใกล้กันเพื่อสร้างบิสสิเนสคอนเนคชันเดีย ผู้บริหารรุ่นเด็กก็อยากจะอยู่กับคนในวัยเดียวกัน ซึ่งเนื้อหาสำหรับผู้บริหาร 2 กลุ่มนี้ก็ควรที่จะมีความแตกต่างกัน ทั้งเรื่องของการเตรียมพร้อม ความเป็นผู้นำอย่างมืออาชีพ วิธีการพูดจา เราจึงตัดสินใจแยกหลักสูตรออกเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า แต่ก็มีบางหัวข้อที่จะให้ผู้บริหารรุ่นโตกับผู้บริหารรุ่นเด็กเรียนด้วยกัน เพื่อให้ผู้บริหารรุ่นใหม่น่าได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้ใหญ่ เห็นมุมมองของคนที่ทำงานมานานและประสบความสำเร็จ” 


รับรายละเอียดหลักสูตรและโปรโมชั่น
Add line@ ที่ @johnrobertpowers

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

???? โทร. 086 975 8818 , 081 658 2645
หรือติดต่อ E-Mail : chonticha@johnrobertpowers.in.th


Copyright 2024, All Rights Reserved JohnRobertPowers

Begin typing your search term above and press enter to search. Press ESC to cancel.

Back To Top